fbpx

จับตา! โค้งสุดท้าย…ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ 2020

เป็นที่จับตาของคนทั้งโลก สำหรับศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป ใครจะเป็นผู้คว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ระหว่างโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจากพรรครีพับลิกัน

วาระครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นวาระสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับสหรัฐ อเมริกาเท่านั้น แต่เป็นวาระสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับประเทศมหาอำนาจในยุโรปและจีน ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้า สิ่งแวดล้อม ค่าเงิน และอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ นโยบายจากทั้งโจ ไบเดน และทรัมป์ จะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึงไทยด้วยเช่นเดียวกัน

โจ ไบเดน ผู้เข้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ ดีกรีรอง ปธน.สองสมัย

แน่นอนว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตราการทางเศรษฐกิจในช่วงการกักตัว รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของชายผิวสีจอร์จ ฟอยด์ ย่อมส่งผลต่อคะแนนเสียงของทั้งคู่ และในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ทั้งไบเดนและทรัมป์ ก็ได้มีการเดินสายปราศัยในแต่ละรัฐ รวมถึงรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรค โดยที่ทั้งสองก็ได้มีการปราศัยตำหนิวิธีการควบคุมและมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ของกันและกัน และมีผลที่ทำให้ทรัมป์อาจเสียฐานเสียงเดิมไป

และโค้งสุดท้ายของวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ได้มีการเกาะติดผลการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องของประชาชนและคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐ ซึ่งผลคะแนนของทั้งไบเดนและทรัมป์ยังคงสูสีกัน และยังไม่อาจฟันธงได้ว่าโจ ไบเดน จะเป็นผู้ชนะในศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีหรือไม่ แม้ไบเดน จะมีผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่นำทรัมป์อยู่ก็ตาม แต่กระนั้น ก็ยังต้องรอผลคะแนนจาก Swing state ซึ่งเป็นรัฐที่สามารถพลิกล็อคให้ทรัมป์กลับมาคะแนนนำไบเดนได้ 

กระทั่งในช่วงบ่ายของวันนี้ ทรัมป์ก็สามารถตีตื้นคะแนนมาที่ 224-212 โดยที่เขาได้คะแนนเสียงเพิ่มเติมจากการผลการเลือกตั้งที่รัฐ Texas และ Florida ซึ่งเป็นสองรัฐที่สำคัญในครั้งนี้ (Florida ยังเคยเป็นรัฐที่ทำให้ทรัมป์สามารถเอาชนะ Hillary Clinton มาได้ในการชิงตำแหน่งเมื่อปี 2016) และเพนซิลเวเนีย จึงเป็นรัฐที่สำคัญที่จะพลิกให้ไบเดน ชนะแบบขาดรอยและทรัมป์ก็จะสามารถแซงไบเดนได้ ตลอดทั้งวัน ตลาดหุ้นของสหรัฐฯก็มีการผันผวนอย่างหนัก ตั้งแต่มีการเปิดตลาด Dow Jones ในช่วงเช้านี้ มีความผันผวนขึ้นลงกว่า 700 จุด จากการดีดขึ้นของตลาดหุ้นเป็นผลมาจากผลการเลือกตั้งที่ไบเดินขึ้นนำทรัมป์

ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ คะแนนนำใน 3 รัฐ

มีการคาดคะเนกันในวันนี้ว่า หากไบเดนสามารถช่วงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีนี้ไปได้จะนำพาให้เศรษฐกิจของสหรัฐมีการเติบโต เพราะชัยชนะในครั้งนี้จะทำให้พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากจากทั้งสภาบนและสภาล่าง (blue wave) และด้วยการเลือกตั้งสหรัฐฯในครั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนว่าไบเดนจะสามารถชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้ เพราะตลาดหุ้นจะผันไปตามชัยชนะของไบเดน แต่ไม่แน่เสมอไป เพราะก็มีนักลงทุนที่พร้อมเทขายหุ้นหากชัยชนะเป็นของไบเดนเช่นกัน

และในเวลาเวลา 15.50 น. มีการเคลื่อนไหวของตลาดอีกครั้ง เพราะมีกระแสจากตลาดหุ้นว่า ทรัมป์ มีโอกาสคว้าชัยชนะในศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯไปเป็นสมัยที่สองได้ ทำให้นักลงทุนที่เชื่อมันในการนำเศรษฐกิจสหรัฐฯของทรัมป์ พร้อมเข้าซื้อหุ้นในทันควัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนที่พร้อมเทขายหุ้นหากไบเดนชนะ ก็เป็นเพราะนโยบายที่อาจทำให้ตลาดไหลเข้าสู่เอเชียและค่าเงินของสหรัฐฯก็จะอ่อนค่าลง และมีผลทำให้เงินบาทแข็งขึ้น แต่จากกระแสที่ทรัมป์มีโอกาสที่จะชนะ จึงทำให้ขณะนี้ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงไปแตะที่ 31.14 บาทต่อดอลล่าห์ และขณะนี้ผลคะแนนล่าสุดของทั้งคู่อยู่ที่ 238-213

อย่างไรก็ตาม ศักชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯในครั้งนี้ อีกไม่เพียงอึดใจ ทั่วโลกจะได้ทราบผลว่าใครจะเป็นผู้ชนะที่สามารถคว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯคนใหม่ได้ ซึ่งการเลือกตั้งของสหรัฐฯในครั้งนี้ จะมีการพลิกล็อคให้ทรัมป์สามารถคว้าชัยและหักธงเซียนเหมือนสมัยเลือกตั้งครั้งก่อนได้หรือไม่ และใครจะเป็นผู้ชนะในรัฐเพลซิเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐสวิงเสรตที่สำคัญที่ไบเดนทุ่มเทในการหาเสียงครั้งนี้อย่างมาก เพราะอาจมีผลที่ชี้ชะตาผู้ชนะและผู้แพ้ครั้งนี้ได้ ยังไงสามารถติดตามข่าวสารจากเราได้ที่ The Educative 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *