fbpx

จีนเนอเรชัน : ภาพยนตร์สารคดีที่ท้าทายความเชื่อทั้งหมดเกี่ยวกับคนจีนและเพศหญิง

หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้กระทั่งคนจีนที่ปลูกฝังหัวเรามาว่าพวกเขานั้นต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาว ดูแลลูกชายมากกว่าลูกสาว หรือเพศหญิงต้องทำงานบ้านเพียงอย่างเดียวใช่ไหมครับ? แต่วันนี้ผมและทีมงาน 90S-01 ผู้ซึ่งเข้าร่วมโครงการ adB Arena ขอนำเสนอภาพยนตร์สารคดีอีกเรื่องที่เกิดจากความตั้งใจของพวกเราในการดำเนินการทำ นั่นก็คือเรื่อง “จีนเนอเรชัน”

“จีนเนอเรชัน – The girl who’s close to god clothes” เป็นเรื่องราวของเด็กไทยเชื้อสายจีนเจอเนอเรชันใหม่ “แอน” – วริศรา สังสิทธิเวทย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านตัดเย็บชุดเทพเจ้าจีนใจกลางเยาวราช ซึ่งความชอบของเขา แนวทางการใช้ชีวิต และความคิดของคนไทยเชื้อสายจีนในรุ่นนี้ถูกเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เขาจะสัมพันธ์ระหว่างสามเรื่องนี้ได้อย่างไร?

จีนเนอเรชัน เป็นการเล่าเรื่องวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเปลี่ยนไปของเยาวราช โดยวริศราเริ่มเล่าถึงความเป็นมาของร้านหยิ่นซุยฟุ้ง ซึ่งเป็นร้านของที่บ้านเขา และประกอบธุรกิจโดยตัดชุดเทพเจ้าจีน รวมไปถึงขายของไหว้เจ้าด้วย ตนเองเติบโตมาอยู่ในเยาวราชมามากกว่า 23 ปี ซึ่งช่วงชีวิตที่ยากที่สุดของวริศราคือช่วงการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ต้องตัดสินใจระหว่างทางที่ตนเองคิดว่าหางานทำได้ กับทางที่ตนเองชอบ

ทุนเดิมของวริศราเป็นคนที่ชอบดูรายการโทรทัศน์มาตั้งแต่สมัยยังเด็ก และนั่นก็ทำให้ตนเองอยากเข้าศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์เพื่อสานความฝันของตนเอง ซึ่งในครั้งแรกเธอคิดว่าที่บ้านคงคิดว่าเรียนจบไปต้องเป็นอาชีพเต้นกินรำกินแน่นอน เธอตัดสินใจอยู่นานจนกระทั่งการยื่นคะแนนสอบเข้าวันสุดท้าย ที่บ้านเธอมีการรวมตัวกันและแม่ของเธอก็พูดขึ้นมาว่า “ให้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบดีที่สุด” นั่นทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนจากคณะเศรษฐศาสตร์มาเป็นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรในที่สุด

นั่นส่งผลให้การเรียนตลอดทั้ง 4 ปีของเธอมีความสุขที่ได้ทุ่มเทที่ได้เรียนมาเสมอ จนกระทั่งเธอต้องทำจุลนิพนธ์เพื่อให้เรียนจบ เธอตัดสินใจขนำเรื่องของที่บ้านมาเล่าในชื่อสารคดีว่า “TOR” ซึ่งย่อมาจากชุดต้อ เป็นชุดที่ตัดไว้ให้เทพเจ้าจีนนั่นเอง ในสารคดีมีการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหลังอาชีพการตัดเย็บชุดเทพเจ้าจีนว่ากว่าจะมาเป็นชุดมีวิธีการอย่างไรบ้าง? สิ่งที่เธอเห็นเลยก็คือที่บ้านภูมิใจในผลงานของเธอผ่านการบอกไปยังกลุ่มที่มาสอบถามว่า “เล่าไปหมดแล้วในสารคดีเรื่องนั้น”

สิ่งที่วริศราต้องการเล่าคือในอาชีพเหล่านี้กำลังที่จะค่อยๆ หายไปจากสังคมคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ต้องการสานต่อกิจการร้านหยิ่นซุยฟุ้งแต่อย่างใด เธอเล่าให้ฟังต่อว่าในสมัยเด็กเธอเคยเย็บชุดกับพี่ๆ ในบ้าน ปรากฏว่ามันไม่ใช่ทางของเธอเลย จึงตัดสินใจที่จะไม่ไปสายนั้นแต่อย่างใด

วริศรายังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้เธอโชคดีกว่าคนอื่นๆ ในบ้าน เริ่มมาจากคนในบ้านที่ค่อนข้างคิดต่างกับคนภายนอก หรือคนไทยที่มองต่อคนไทยเชื้อสายจีนว่าลูกสาวจะต้องอยู่บ้าน ทำงานบ้าน กลับกับที่บ้านของเธอคือลูกทุกคนต้องได้เรียนจนจบ และลูกทุกคนก็จบระดับปริญญาตรี ทำให้ลูกไม่กดดัน และส่งต่อมายังพ่อแม่ของเธอในการเลี้ยงดูเธอและพี่ๆ ของเธออีกด้วย

เธอยังเล่าต่อถึงเส้นทางที่ไม่หลับใหลอย่าง “เยาวราช” ว่าในอดีตเธอมักจะนอนไปพร้อมๆ กับเพลงเทียนมีมี่ที่เปิดอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอ ซึ่งในอดีตเป็นร้านขายเทป แต่ในปัจจุบันนี้มักจะมีร้านอาหารมากกว่าย่านธุรกิจการค้า และคนไทยเชื้อสายจีนที่อยู่เยาวราชมาตั้งแต่ในอดีตก็ค่อยๆ ย้ายถิ่นไปตามต่างจังหวัด ไม่ก็ชานเมืองแล้ว นั่นทำให้เธอต้องปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลง และการที่มีรถไฟฟ้าเข้ามาก็ยิ่งดึงดูดแสงสีในเส้นทางสายอาหารให้เข้ามาอีกด้วย เสน่ห์ของเยาวราชเลยหายไปตามค่านิยมของแต่ละรุ่นที่เข้ามา

เธอกล่าวปิดท้ายในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ว่า “เยาวราชไม่ใช่ย่าน แต่คือผู้คนที่คอยจะขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้กับย่านแห่งนี้” ซึ่งเธอและคนรุ่นเก่าแก่ในย่านจำเป็นที่จตะต้องปรับตัวให้ได้ และถ้ามีโอกาสเธอก็คงจะซื้อที่ในเยาวราช

จีนเนอเรชัน บ่งบอกถึงความที่คนรุ่นใหม่มองมุมมองต่อสถานที่และผู้คน และความเปลี่ยนไปของสังคมรอบตัว ในขณะเดียวกันเขาก็พร้อมปรับตัว และไม่คิดว่าความคิดในอดีตจะนำมาใช้ได้ โดยเฉพาะกับค่านิยมในเรื่องของเพศที่ทุกเพศต้องได้เรียน ซึ่งสถาบันครอบครัวสำคัญที่สุดในการปลูกฝังการเรียนรู้นี้ และนอกเหนือจากนั้นที่เธอพูดคือ “คนที่อยู่เยาวราช ไม่ใช่แค่ขายทอง” นั่นแท้จริงเป็นอย่างมาก เพราะมีหลากหลายอาชีพจริงๆ

จีนเนอเรชั่นเสนอให้ชมบน Facebook Fanpage ของ a day BULLETIN แล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563 และแน่นอนว่าท่านยังคงสามารถรับชมได้ เราและทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้อะไรกลับไปไม่มากก็น้อยภายในระยะเวลา 27 นาทีนิดๆ นะครับ

เรียบเรียงโดย กฤตนัน ดิษฐบรรจง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *