fbpx

RS เดินหน้าส่ง RSX ทุ่มเงินลงทุนกว่า 900 ล้าน ซื้อหุ้น 4 บริษัทการเงินครบวงจร

อาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าลงทุนผ่าน อาร์เอสเอ็กซ์ ทุ่มเงินกว่า 920 ล้าน ซื้อหุ้นกลุ่ม Chase Asia รุกธุรกิจด้านสินเชื่อครบวงจร

จากมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 18 มกราคม 2564 ได้อนุมัติให้บริษัท อาร์เอสเอ็กซ์ จำกัด (RSX) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ อาร์เอส กรุ๊ป ได้ถือหุ้นกว่า 99.99% เข้าลงทุนใน 4 บริษัทเป้าหมาย ได้แก่ บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (Chase) บริษัท บริหารสินทรัพย์ ซีเอฟ เอเชีย จำกัด (CF Asia) บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด (R-Way) และบริษัท คอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Courts) 

โดย RSX ได้เข้าซื้อหุ้นของ Chase กว่า 35% เป็นมูลค่า 920 ล้านบาท จึงส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมอีก 3 บริษัท เนื่องจาก Chase ได้ถือหุ้น 99.99% ใน CF Asia R-Way และ Courts นอกจากนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังอนุมัติทำสัญญากู้ยืมเงินกับ ธนาคารกสิกรไทย ในการซื้อหุ้นใน RSX เพื่อนำไปลงทุนใน Chase ต่อไป 

Chase และอีก 3 บริษัทเครือข่ายนั้นประกอบธุรกิจและมีโครงสร้างการถือหุ้นดังนี้ Chase ประกอบธุรกิจในการทวงถามหนี้ ดำเนินและบังคับคดี CF Asia ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) R-Way ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากผู้ประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน ที่มิใช่สถาบันการเงิน และ Courts ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยทั้ง 3 บริษัทเครือข่ายมี Chase เป็นผู้ถือหุ้น 99.99% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด

ในเดือนมกราคมนี้ RSX จะเข้าทำสัญญากับ Chase ในการเข้าซื้อหุ้นจำนวนกว่า 2.7 ล้านหุ้น หรือ 35% ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ นายประชา ชัยสุวรรณ นางสาวหทัยรัตน์ แก้วแสนเมือง นางสาววรลักษณ์ ชัยสุวรรณ และ นางสาวสุธิดา ชัยสุวรรณ ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมได้ถือหุ้น 65% ของบริษัท โดย RSX จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 

จากการลงทุนครั้งนี้ของอาร์เอส กรุ๊ป ในกลุ่มบริษัทเป้าหมายทั้ง 4 บริษัท ส่งผลให้ อาร์เอส กรุ๊ป ได้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านการเงินแบบครบวงจร ทั้งการให้สินเชื่อ การบริหารสินทรัพย์ การดำเนินและบังคับคดี ซึ่งคณะกรรมการของบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ และมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจการลงทุนนั้นยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ส่งผลดีต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจ ทำให้บริษัทใช้ประโยชน์ด้านทรัพยากรได้มากขึ้น สามารถพัฒนาและเพิ่มองค์ความรู้ที่มีร่วมกันของบริษัทและกลุ่มบริษัทเป้าหมายเพื่อให้บริษัทยังคงเติบโตได้ภายใต้บริบททางเศรษฐกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การลงทุนของ อาร์เอส กรุ๊ป ในครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในภาคธุรกิจว่าบริษัทจะดำเนินแผนการไปในทิศทางใด จะสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับกลุ่มบริษัทใหม่ ๆ หรือลงทุนในธุรกิจภาคส่วนอื่นอีกหรือไม่

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การก้าวสู่ New Era เพื่อสร้าง New S-Curve นั้น การเข้าซื้อลงทุนในกิจการ หรือ M&A เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการสร้าง Ecosystem ให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนมั่นคงในระยะยาว การเข้าลงทุนในครั้งนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ทุ่มงบลงทุน 920 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ สถานะทางเงินของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องในระดับสูง ยังสามารถรองรับการเติบโตและการขยายกิจการของบริษัทฯ ได้ในระยะยาว”  

เหตุผลที่ RS เข้าซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทเชฎฐ์

มองว่าภาวะแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบัน จำนวนหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการต่อยอดโมเดลธุรกิจ Entertainmerce โดยการเข้าซื้อหุ้น บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ที่มีบริษัทย่อย 3 บริษัท (ถือหุ้น 100%) ได้แก่ บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด บริษัท บริหารสินทรัพย์ ซีเอฟ เอเชีย จำกัด และ บริษัท คอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือเรียกรวมว่า กลุ่มบริษัทเชฎฐ์ ซึ่งประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่

1) ธุรกิจบริหารหนี้ครบวงจร และที่ปรึกษาการบริหารจัดการหนี้ ดำเนินการโดย บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด มีพนักงาน Call center กว่า 400 คน และทีมติดตามและบริหารหนี้กว่า 100 คน สำหรับรองรับการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าพอร์ตให้บริการติดตามหนี้สินกว่า 45,000 ล้านบาท จำนวนบัญชีลูกหนี้กว่า 3 แสนราย ลูกค้าหลักได้แก่ กลุ่มสถาบันการเงินและที่มิใช่สถาบันการเงิน

2) ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เข้าซื้อ รับโอนและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ NPL ทั้งจากกลุ่มสถาบันการเงินและที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจนี้ ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ซีเอฟ เอเชีย จำกัด ได้รับใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) และ บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด ปัจจุบัน มีมูลค่าพอร์ตหนี้ภายใต้การบริหารกว่า 27,000 ล้านบาท จำนวนบัญชีลูกหนี้กว่า 1 แสนบัญชี

3) ธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และ บริษัท คอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ปัจจุบันมีมูลค่าสินเชื่อคงเหลือประมาณ 300-400 ล้านบาท รวมทั้งหมดกว่า 1,000 บัญชี

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุน

กลุ่มบริษัทเชฎฐ์มีการประกอบธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การติดตามทวงถามหนี้ บังคับคดีและการให้สินเชื่อรายย่อย และมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ยังมีทีมผู้บริหาร ทีมงาน และบุคลากร ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การดำเนินการธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน จึงเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีให้กับอาร์เอส โดยปีที่ผ่านมา คาดว่ากลุ่มบริษัทเชฎฐ์ มีประมาณการรายได้รวมราว 600-700 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณเกือบ 150-200 ล้านบาท ดังนั้น การที่ อาร์เอส กรุ๊ป เข้าถือหุ้นในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการรุกธุรกิจใหม่ เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ เพราะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และยังมีแผนการเติบโตของพอร์ตบริหารหนี้และยอดสินเชื่อรายย่อยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

“นอกจากนี้ จากความร่วมมือของทั้งสองกลุ่มบริษัทในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถสร้าง synergy ที่แข็งแรงมากขึ้น จากการใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ทางทรัพยากรและจุดแข็งของแต่ละบริษัทฯ ทั้งในด้านสื่อ ช่องทางการขาย ระบบการบริหารจัดการข้อมูล และ Ecosystem ของ อาร์เอส กรุ๊ป รวมถึงประสบการณ์ความชำนาญในธุรกิจ และภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทเชฎฐ์ จะส่งผลให้เกิดประโยชน์เสริมให้กันและกันอย่างมาก อาทิ การขยายฐานลูกค้า ช่องทางการขาย การใช้สื่อและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบโจทย์ ซึ่งเหล่านี้จะสร้างความแตกต่างและต่อยอดโมเดล Entertainmerce ได้อย่างแน่นอน และจะช่วยเสริมให้กลุ่มบริษัทเชฎฐ์มีการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคตจนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี” นายสุรชัย กล่าวปิดท้าย


เรื่อง : คณิตพรณ์ เถาทอง | Junior News Re-writer

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า