fbpx

คนกรุงเตรียมจ่าย ค่าโดยสารบีทีเอสสูงสุด 104 บาท เริ่ม 16 ก.พ.นี้

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ออกมายืนยันการปรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยก่อนหน้านี้ทางกทม.ได้กำหนดค่าโดยสารตลอดสายของรถไฟฟ้าสายสีเขียวไว้ที่ 158 บาท แต่เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาด Covid-19 จึงได้ปรับราคาลงเป็น 104 บาท ตลอดสาย ซึ่งจะเริ่มเก็บค่าโดยสารในวันที่ 16 ก.พ. 64 ถึงแม้ว่ากระทรวงคมนาคมจะมีหนังสือแจ้งให้กทม.ชะลอการเก็บค่าโดยสารออกไปก่อน และผู้ว่าฯยังได้ชี้แจงอีกว่าอัตราค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ถูกกว่าสายอื่น ๆ

ในวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯกทม. ได้ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมาธิการการคมนาคมมีมติให้กทม.ชะลอการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวในราคา 104 บาท ตลอดสาย โดยผู้ว่าฯยืนยันว่าจะดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารตามอัตราและวันตามที่กำหนด จะสามารถชะลอได้จากการกรณีที่เป็นคำสั่งของรัฐบาลเท่านั้น

โดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเป็นส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้เริ่มทยอยเปิดบริการตั้งแต่ปี 61 และเปิดบริการแบบเต็มระบบในวันที่ 16 ธ.ค. 63 ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวไม่ได้มีการจัดเก็บค่าโดยสาร เนื่องจากยังคงอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ แต่กทม.ได้แจ้งว่าเมื่อเปิดบริการเต็มระบบแล้ว จำเป็นต้องมีการเก็บค่าโดยสาร เพราะกทม.ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ดำเนินการก่อสร้างโดยเอกชน ทั้งนี้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และสะพานตากสิน-สนามกีฬาแห่งชาติ) ยังคงจ่ายค่าโดยสารในอัตราเดิม

ทางกทม.ได้พิจารณาลดค่าโดยสารลงจาก 158 บาท เป็น 104 บาทตลอดสาย เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 เพื่อเป็นการลดภาระให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์นี้ ซึ่งผู้ว่าฯได้ชี้แจงว่าการจัดเก็บค่าโดยสารในอัตรานี้อาจส่งผลให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นขาดทุน 3,000-4,000 ล้านบาท ต่อปี

กมธ.คมนาคมยื่นหนังสือค้านการต่อสัมปทานบีทีเอส พร้อมชะลอขึ้นค่าโดยสาร

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม ได้แถลงมติการประชุมในกรณีการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจงว่าได้ข้อสรุปดังนี้

  1. ในการต่ออายุสัมปทาน กมธ.เห็นว่าควรให้กทม.ต่ออายุสัมปทานต่อไปอีก โดยมีระยะเวลาอีก 9 ปี จึงจะกลายเป็นของรัฐ
  2. ไม่มีเหตุจำเป็นในการอาศัยอำนาจมาตรา 44 ในการต่ออายุสัมปทาน โดยยกเว้นตามกระบวนการพ.ร.บ.ร่วมทุน
  3. การต่อสัมปทานควรตรวจสอบได้ ซึ่งการต่อสัมปทานนี้ไม่ได้ยื่นผ่านระบบวินัยการเงินการคลัง
  4. การตั้งอัตราค่าโดยสารที่ 65 บาท ยังไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้
  5. ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องการเสียและได้ผลประโยน์หากไม่ทำการต่ออายุสัมปทาน รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนและรัฐจได้รับในการลงทุนนี้

จากการประชุมกมธ.จึงมีมติไม่เห็นด้วยในการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และต้องการให้ชะลอการจัดเก็บค่าโดยสารในราคา 104 บาท

สัมปทานบีทีเอสกับภาระของคนกรุง

2 หน่วยงานที่ต้องร่วมเจรจาในเรื่องการต่ออายุสัมปทาน คือ กรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทาน และ บริษัท บีทีเอส โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่มีบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด เป็นบริษัทในเครือ เป็นผู้รับสัมปทาน แต่การดำเนินการต่อสัมปทานรถไฟฟ้านั้นจำเป็นต้องมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงานมีหน้าที่กำกับดูแลกทม.และการขนส่งทางรางตามลำดับ ซึ่งจากการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้มีการเสนอประเด็นที่กทม.จะให้สัมปทานกับบริษัทเดิม หรือจัดให้มีการประมูลผู้รับสัมปทานใหม่

สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นยังคงเป็นปัญหาสำหรับทุกฝ่ายที่ต้องเข้าร่วมเจรจา ส่งผลให้ทางรัฐบาลยังคงยืดเวลาการต่อสัมปทานเดิมออกไปอีก ซึ่งสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงกลาง (หมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬา-สะพานตากสิน) ที่บีทีเอสเป็นผู้ลงทุน จะหมดสัญญาในปี 2572 และจะมีการต่ออายุสัญญาจนถึงปี 2602 การต่ออายุสัมปทานนี้ส่งผลให้บีทีเอสต้องแบ่งส่วนรายได้จากค่าโดยสารให้กับกทม.

โดยทั่วไปแล้วการดำเนินการด้านโครงการรถไฟฟ้า ผู้ที่รับผิดชอบในการก่อสร้างจะต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อมีการเปิดสัมปทานให้กับบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทนจึงกลายเป็นปัญหาการต่ออายุสัมปทานที่ยืดเยื้อ และการขึ้นค่าโดยสารที่สูง ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสภาวะทางเศรษฐกิจย่ำแย่จากโรค Covid-19 ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ประชาชนมีความตึงเครียดจากภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/917966
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/917371
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/918663
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/140575
https://www.matichon.co.th/local/news_2541040
https://voicetv.co.th/read/UJ5xPXfHk
https://www.posttoday.com/social/general/642858
https://thestandard.co/bangkok-report-bts-104-baht-full-route/


เรื่อง : คณิตพรณ์ เถาทอง | Junior News Re-writer
ภาพ : กฤตนัน ดิษฐบรรจง | บรรณาธิการอำนวยการ

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า