fbpx

คณะรัฐมนตรี มีมติลดเงินสมทบประกันสังคม – สนับสนุนอาชีพช่วงโควิด-19

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39, การจ่ายโบนัสแก่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และการสรรหาและบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

ผู้ประกันตน ม.33 และ 39 ส่งเงินสมทบเริ่มต้น 38 บาท นาน 2 เดือน

ตามที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสนอที่ประชุม ครม. ให้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคม เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง และลูกจ้างในระบบประกันสังคม ดังนี้

  • ผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้าง, พนักงานบริษัท) ปรับลดจากอัตราเดิมสูงสุด 450 บาท (ร้อยละ 3) เหลือเพียง 75 บาท (ร้อยละ 0.5)
  • ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ลูกจ้าง, พนักงานบริษัท ที่ลาออกจากงาน) ปรับลดจากอัตราเดิม 432 บาท เป็น 38 บาท

มีผลตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2564

  • ผู้ว่าจ้าง และรัฐบาล ส่งเงินสมทบตามอัตราเดิม คือ ร้อยละ 3 สำหรับผู้ว่าจ้าง และร้อยละ 2.75 สำหรับรัฐบาล เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่มกราคม – มีนาคม 2564

การช่วยเหลือโดยการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตน คาดว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนทั้ง 2 มาตรา ประมาณ 23,119 ล้านบาท

ครม.เร่งรัด สรรหาบุคคลเข้ารับราชการ

จากมติ ครม. ประชุมในวันที่ 12 มกราคม 2564 เร่งให้สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. รวมทั้งหน่วยงานราชการ และภาครัฐ สรรหา คัดเลือก การบรรจุเข้าปฏิบัติหน้าที่ทางราชการทดแทนการว่างงานจากการเกษียรอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานของประชาชน และบรรเทาผลกระทบการว่างงานจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019

สำนักงาน ก.พ. รายงานการดำเนินการเร่งรัดการสรรหาและบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ และแนวทางเพิ่มโอกาสการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สำนักงาน ก.พ. รายงานว่า ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อจัดสนามสอบ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนที่นั่งเป็น 847,528 ที่นั่ง โดยขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายใน สิงหาคม 2564 รวมถึงเร่งประสานส่วนงานต่าง ๆ บรรจุบุคคลเข้ารับราชการจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการ จำนวน 142 บัญชี รวม 29,831 คน ซึ่งส่วนราชการสามารถเรียกบรรจุได้ทันทีเมื่อมีอัตราว่าง และหากต้องการผู้มีคุณวุฒิเดียวกัน สามารถขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากส่วนราชการอื่น เพื่อนำไปพิจารณาประเมินความเหมาะสม ลดขั้นตอนการจัดสรรบุคลากรได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สำนักงาน ก.พ. กำลังสำรวจอัตราว่างงานใน 149 ส่วนราชการ ทั้งการเลื่อน โอน ย้าย ยุบตำแหน่ง หรือตำแหน่งเกษียณอายุราชการที่อยู่ระหว่างการเสนอรายชื่อ รวมถึงเร่งทำความเข้าใจส่วนราชการในการบรรจุรับผู้ชำนาญการเข้ารับราชการ หรือการโอนข้าราชการสามัญพลเรือน ตามหน้าที่ ความสามารถ และประสบการณ์

ขณะที่การเพิ่มโอกาสจ้างงานของส่วนราชการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) มีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 เห็นชอบอนุมัติกรอบกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ รอบที่ 5 (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2567) จำนวน 219,849 อัตรา กรอบอัตรากำลังพนักงานราชการได้รับจัดสรรเพื่อรองรับทดแทนอัตราว่างจากการเกษียณอายุ จำนวน 1,308 อัตรา (รวมทั้งสิ้น 221,157 อัตรา) โดยส่วนราชการจัดทำสัญญาจ้างพนักงานราชการตามอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติแล้ว และยังมีอัตรากำลังที่ว่างประมาณ 10,537 อัตรา

นอกจากนี้ คพร. มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มโอกาสจ้างงานในระบบราชการให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย คพร. จะพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังพนักงานราชการเป็นกรณีพิเศษให้แก่ส่วนราชการเพื่อจ้างพนักงานราชการได้ไม่เกิน 2 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565) เน้นการกระจายการจ้างงานลงสู่ระดับพื้นที่ ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ

ก.คลัง ปรับเกณฑ์จ่ายโบนัสพนักงานสำนักงานสลากฯ สูงสุด 8 เดือน

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสพนักงาน และลูกจ้างประจำเชื่อมโยงกผลการดำเนินงานตามระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ โดยใช้หลักเกณฑ์สำหรับรัฐวิสาหกิจกลุ่ม 2 รัฐวิสาหกิจประเภทที่จัดสรรโบนัสเมื่อมีกำไร เพื่อการจัดสรรโบนัส เนื่องจากมีกำไรจากการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงส่วนค่าตอบแทนเป็นตัวเงินตามระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจเป็นวงเงินสูงสุดที่ใช้จ่ายโบนัสพนักงาน

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานสลากฯ เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานตามระบบประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ มีดังนี้

  • ผลการประเมินระดับ 5 คะแนน (ดีเยี่ยม) จะได้รับการจัดสรรโบนัสร้อยละ 11 ของกำไร แต่ไม่เกิน 8 เท่าของเงินเดือน
  • ผลการประเมินระดับ 4 คะแนน (ดีมาก) จะได้รับการจัดสรรโบนัสร้อยละ 10 ของกำไร แต่ไม่เกิน 6 เท่าของเงินเดือน
  • ผลการประเมินระดับ 3 คะแนน (ดี) จะได้รับการจัดสรรโบนัสร้อยละ 9 ของกำไร แต่ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน
  • ผลการประเมินระดับ 2 คะแนน (พอใช้) จะได้รับการจัดสรรโบนัสร้อยละ 8 ของกำไร แต่ไม่เกิน 4 เท่าของเงินเดือน
  • ผลการประเมินระดับ 1 คะแนน (ปรับปรุง) จะได้รับวงเงินจัดสรรโบนัสไม่เกินร้อยละ 7 ของกำไร แต่ไม่เกิน 2 เท่าของเงินเดือน

กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีผลการดำเนินงานด้านการเงินที่ดี เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2558 – ปี 2562) พบว่า มีกำไรสุทธิเฉลี่ย จำนวน 3,451 ล้านบาท สามารถนำส่งรายได้แผ่นดินเฉลี่ย 2,480 ล้านบาท สำหรับในปี 2562 สำนักงานสลากฯ มีสินทรัพย์รวม 43,719 ล้านบาท หนี้สินรวม 29,494 ล้านบาท รายได้รวม 8,729 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 2,666 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,063 ล้านบาท และสามารถนำส่งรายได้แผ่นดิน จำนวน 4,933 ล้านบาท

จากการปรับหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสให้พนักงานฯ ในครั้งนี้ จะทำให้สำนักงานสลากฯ มีค่าใช้จ่ายในส่วนของโบนัสพนักงานและลูกจ้างประจำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 62.40 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของสำนักงานสลากฯ และการจัดเก็บรายได้แผ่นดินของกระทรวงการคลัง


อ้างอิง
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/38617
https://www.matichon.co.th/politics/news_2547859
https://www.prachachat.net/politics/news-601514
https://www.ryt9.com/s/iq01/3194466
https://www.youtube.com/watch?v=gQO_NHA56DU
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/919324


เรื่องโดย : จุฑาพิชญ์ อุสาหะ | Junior News Re-writer
เรียบเรียงโดย : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ | บรรณาธิการข่าว

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า