fbpx

จับตาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาคร รัฐบาลชี้ 13 ก.พ. 64 ต้องเรียบร้อย

สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่นั้นส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก เกิดปัญหาคนว่างงานและขาดรายได้ ซึ่งกลุ่มแรงงานข้ามชาติก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากกิจการที่กลุ่มคนเหล่านี้ทำงานเป็นลูกจ้างต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวหรือปิดตัวลง จากประเด็นนี้ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในเรื่องการผ่อนผันให้คนต่างด้าวอยู่อาศัยและทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมายเป็นกรณีพิเศษ และกระทรวงแรงงานยังได้แจ้งให้นายจ้างดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานที่มีอยู่ในสถานประกอบการของตน รวมถึงให้แรงงานข้ามชาติลงทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลบุคคลทางออนไลน์ โดยทางกระทรวงแรงงานได้เริ่มให้ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 64 จนถึง วันที่ 13 ก.พ. 64 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงว่า การประชุมครม.ในวันที่ 29 ธ.ค. 63  ได้มีการลงมติเห็นชอบต่อประเด็นที่กระทรวงแรงงานเสนอ เรื่องการผ่อนผันให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่อาศัยในราชอาณาจักรและทำงานอย่างถูกกฎหมายเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรค COVID-19 ระลอกใหม่ โดยรายละเอียดของการผ่อนผัน มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) คนต่างด้าวที่มีนายจ้าง/สถานประกอบการ ประสงค์จ้างงาน รวมถึงผู้ติดตาม ซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าว ที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี 2) คนต่างด้าวที่ไม่ได้ทำงาน รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี 

ในกลุ่มที่ 1 นายจ้างจะต้องดำเนินการดังนี้ 1) ขึ้นทะเบียนแรงงาน โดยการแจ้งรายชื่อลูกจ้างที่เป็นคนต่างด้าวตามที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานกำหนด ภายในวันที่ 15 ม.ค. 64 ถึง วันที่13 ก.พ. 64 2) คนต่างด้าวต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง COVID-19 และโรคต้องห้าม ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยใช้รายชื่อที่ได้ขึ้นทะเบียนแรงงานเป็นหลักฐานแสดงตน และประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายในวันที่ 16 เม.ย. 64 3) เมื่อได้รับการตรวจแล้วให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายในวันที่ 13 ก.ย. 64 4) ให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่ด้านหลังของบัตร ภายในวันที่ 12 พ.ย. 64 

ส่วนกลุ่มที่ 2 ซึ่งไม่มีนายจ้าง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1) แจ้งแบบข้อมูลบุคคล ตามที่กรมจัดหางานกำหนด ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 64 ถึง วันที่ 13 ก.พ. 64  2) เข้าตรวจคัดกรอง COVID-19 และโรคต้องห้าม โดยใช้แบบแจ้งข้อมูลบุคคลตามข้อที่ 1 เป็นหลักฐานแสดงตน และประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายในวันที่ 16 เม.ย. 64 3) จัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยกำหนด ภายในวันที่ 15 มิ.ย. 64 4) เมื่อผ่านการตรวจคัดกรอง COVID-19 และโรคต้องห้าม และจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว ให้นายจ้างที่ประสงค์จะรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน  ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ภายในวันที่ 13 ก.ย. 64 5) ให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน ไปปรับปรุงทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่ด้านหลังของบัตร

ในส่วนของผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าว ที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ให้ดำเนินการดังนี้ 1) แจ้งรายชื่อหรือข้อมูลบุคคลแล้วแต่กรณี ในระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 64 ถึง วันที่ 13 ก.พ. 64 2) เข้าตรวจคัดกรอง COVID-19 และโรคต้องห้าม โดยใช้แบบแจ้งข้อมูลบุคคลตามข้อที่ 1 เป็นหลักฐานแสดงตน และประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายในวันที่ 16 เม.ย. 64 3) จัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ภายในวันที่ 15 มิ.ย. 64

การที่รัฐบาลได้ขยายเวลาในการอยู่อาศัยและทำงานในไทย รวมถึงขึ้นทะเบียนให้กับแรงงานข้ามชาตินั้น ในมุมหนึ่งอาจเป็นการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาวะที่เศรษฐกิจของไทยกำลังย่ำแย่ แต่ในขณะเดียวกันมาตรการการช่วยเหลือเหล่านี้ก็ทำให้คนต่างด้าวต้องการกลับประเทศบ้านเกิดของตนมากกว่าที่จะทำงานที่ไทยต่อไป เนื่องจากค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง แรงงานข้ามชาติถูกเลิกจ้างหรือต้องหยุดทำงานชั่วคราว ส่งผลให้ไม่มีเงินเพียงพอในการจ่ายค่าขึ้นทะเบียนแรงงาน อีกทั้งการขึ้นทะเบียนแรงงานจำเป็นต้องใช้ผลตรวจ COVID-19 ซึ่งการตรวจนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงอีกเช่นกัน แรงงานข้ามชาติหลายคนจึงมองว่า การกลับบ้านนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะอย่างน้อยเมื่อกลับบ้านไป พวกเขายังสามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เพื่อดำรงชีวิตต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อถกเถียงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากประกาศการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติของกระทรวงแรงงาน อ้างอิงจากการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ ฟังเสียงคนพื้นที่ สถานการณ์มหาชัย ครึ่งทางจดทะเบียนแรงงาน ที่จัดขึ้นในวันที่ 31 ม.ค. 64 ในการเสวนาครั้งนี้ บุคลากรในองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) หลายท่านได้กล่าวว่า มาตรการในการขึ้นทะเบียนแรงงานที่รัฐบาลได้ประกาศออกมานั้น ถือเป็นการซ้ำเติมแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากกว่าเป็นการช่วยเหลือเยียวยา และได้มีข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรให้การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีนายจ้าง และลดค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนแรงงานหรือให้แรงงานข้ามชาติขึ้นทะเบียนแรงงานฟรี รวมถึงค่าตรวจ COVID-19 ที่แรงงานข้ามชาติต้องจ่ายเพื่อรับการตรวจใหม่ เนื่องจากต้องใช้เป็นเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครขององค์กรพัฒนาเอกชนต่างมองว่า แรงงานข้ามชาติมีผลการตรวจ COVID-19 อยู่แล้ว จากการตรวจเชิงรุกที่กระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาดำเนินการตรวจให้ในระยะแรกของการระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในจ.สมุทรสาคร และผลการตรวจนี้ควรนำมาใช้เป็นเอกสารประการขึ้นทะเบียนแรงงานได้ โดยที่แรงงานข้ามชาติไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากหน่วยงานรัฐบาลให้การช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในประเด็นดังกล่าวได้ ก็อาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มแรงงานต้องการที่จะทำงานในไทยต่อไป ซึ่งแรงงานข้ามชาติถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย หากแรงงานเหล่านี้ตัดสินใจไม่ทำงานในไทยต่อ ระบบเศรษฐกิจของไทยอาจต้องเจอกับวิกฤตที่รุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


ที่มา:

https://www.prachachat.net/csr-hr/news-604289

https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/37994

https://www.thairath.co.th/news/politic/2021536

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/915388

https://www.komchadluek.net/news/government-of-thailand/456543

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=167561384858321&id=2287975534786167


เรื่อง: คณิตพรณ์ เถาทอง | Junior News Re-writer

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า