fbpx

รัฐประหารพม่าและทิศทางความสัมพันธ์กับจีน

สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศพม่าดูเหมือนว่ากำลังดำเนินไปบนเส้นทางของประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง จากที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ของนางออง ซาน ซูจี ได้รับชัยชนะเหนือพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพม่าในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่ในวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา กองทัพพม่า นำโดย พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี เหตุการ์นี้ส่งผลให้ชาวพม่าเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากการทำรัฐประหารนั้นขัดต่อแนวทางของประชาธิปไตย และทำให้ประเทศต้องถอยหลังกลับไปสู่ระบอบเผด็จการเหมือนในยุคของนายพลเนวิน ด้วยเหตุนี้ชาวพม่าทุกกลุ่มชาติพันธุ์จึงได้ออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่กลุ่มคณะรัฐประหารและทวงคืนประชาธิปไตย

การรัฐประหารในครั้งนี้ทำให้เกิดขบวนการทางการเมืองและสังคมต่าง ๆ ที่มีวิธีในการต่อต้านรัฐประหารที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะหม้อหรือวัสดุต่างๆ การนัดหยุดงานของทุกสายอาชีพ เป็นต้น นอกจากนี้การรัฐประหารยังส่งผลในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของพม่าและประเทศอื่น ๆ  รวมถึงประเทศมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งท่าทีของสหรัฐฯที่มีต่อการรัฐประหารในพม่านั้นคงไม่เกินความคาดหมายของใครหลายคนนัก เพราะหลังจากที่กองทัพพม่าได้ทำการรัฐประหาร โจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐฯก็ได้ประกาศคว่ำบาตรประเทศพม่า แต่จีนกลับมีท่าทีที่ต่างไปจากเดิม โดยปกติแล้วจีนมักทำหน้าที่ปกป้องพม่ามาโดยตลอด เช่นในกรณีการคุกคามชาวโรฮิงญา แต่ในการรัฐประหารของพม่าครั้งล่าสุดจีนกลับมีท่าทีไม่เห็นด้วย

ทั้งจีนและสหรัฐฯนั้นไม่ได้ต้องการประกาศคว่ำบาตรพม่าอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยสหรัฐฯไม่ได้ประกาศคว่ำบาตรพม่าเต็มรูปแบบ แต่เน้นคว่ำบาตรคณะรัฐประหาร และธุรกิจที่อยู่ภายใต้การบริหารของกองทัพ เนื่องจากกลุ่มหัวก้าวหน้าในพรรคเดโมแครตเห็นว่าการคว่ำบาตรเต็มรูปแบบนั้นถือเป็นการลงโทษประชาชนมากกว่าคณะรัฐประหาร และการคว่ำบาตรจะส่งผลกระทบต่อประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯที่เข้าไปลงทุนในพม่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมถึงการคว่ำบาตรเต็มรูปแบบกับพม่าของสหรัฐฯอาจทำให้พม่าหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ส่วนจีนนั้นไม่ประกาศคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ เพราะมีนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ประกอบกับจีนนั้นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกับพม่า ทั้งกับรัฐบาลพลเรือนและกลุ่มชาติพันธุ์ ย้อนกลับไปในช่วงหลังยุคสงครามเย็น จีนถือเป็นประเทศสำคัญที่ให้การสนับสนุนพม่าในการจัดตั้งอุตสาหกรรม รวมถึงบริเวณชายแดนจีน-พม่าได้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีการค้าขายอย่างคึกคักในช่วงปีค.ศ.1990-2000 แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของพม่า รัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดี เต็ง เส่ง พยายามที่จะดึงประเทศตะวันตกเข้ามาถ่วงดุลอำนาจกับจีนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัฐบาลพลเรือนของพม่าก็ยังคงดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด ซึ่งเห็นได้จากการอนุมัติการลงทุนของจีนในพม่าจำนวนหลายโครงการในยุครัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี

จะเห็นได้ว่าในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พม่ามีการดำเนินนโยบายทางการทูตที่ค่อนข้างซับซ้อนและเท่าทันจีน แม้จะใช้นโยบายลู่ตามลมที่สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของจีนในเวทีระหว่างประเทศ แต่พม่าก็ยังคงเปิดให้ประเทศตะวันตกเข้ามาลงทุนทางธุรกิจ โดยมีนัยยะเพื่อคานอำนาจกับจีน  อย่างไรก็ตาม เมื่อกองทัพพม่าได้ทำการรัฐประหารและเข้ามาปกครองประเทศ รูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างจีนกับพม่าคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ในมุมมองของจีนนั้นมองว่าประเทศตนอาจเจรจาด้านเศรษฐกิจกับรัฐบาลทหารได้ยากกว่ารัฐบาลพลเรือน เพราะรัฐบาลทหารนั้นค่อนข้างมีความเป็นชาตินิยมสูง และไม่ต้องการให้ประเทศมหาอำนาจใดเข้ามามีอิทธิพลในพม่ามากเกินไป แต่ถึงอย่างไรจีนก็ยังมีความพยายามที่จะสร้างสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารชุดล่าสุดนี้ ซึ่งอาจเป็นผลจากเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เห็นได้จากการที่จีนพยายามคัดค้านคำแถลงการณ์ประณามการรัฐประหารของพม่าที่ร่างขึ้นโดยสหราชอาณาจักร ส่วนของพม่า พล.อ. มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารของพม่านั้นมองว่าจีนไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากจีนขายอาวุธให้กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำสงครามเรียกร้องเอกราชกับพม่า และกองทัพพม่าก็ได้หันไปซื้ออาวุธจากรัสเซียแทนจีน แต่รัฐบาลทหารนั้นก็ไม่ได้ต้องการตัดสัมพันธ์กับจีนเสียทีเดียว โดยรัฐบาลได้แต่งตั้ง วุนนา หม่อง ลวิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่นี้อาจเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีน เพราะวุนนา หม่อง ลวินนั้นเคยเดินทางไปเยือนจีนหลายครั้ง ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในยุครัฐบาลของเต็ง เส่ง และเป็นผู้อนุมัติโครงการระเบียงเศรษฐกิจของจีนที่พาดผ่านพม่า ดังนั้นการแต่งตั้งวุนนา หม่อง ลวิน ที่มีแนวคิดนิยมจีนจึงอาจช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและพม่านั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้น


เรื่อง: คณิตพรณ์ เถาทอง | Junior News Re-writer


อ้างอิง
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2030975
https://www.bbc.com/thai/international-55919870
https://www.bbc.com/thai/55919595
https://www.matichon.co.th/article/news_2572469
https://mgronline.com/around/detail/9640000011912

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า