fbpx

พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร : จากนักแสดงตัวประกอบ สู่การตั้งเป้าหมายข้างหน้าของคนมีฝัน

1
บทนำ

หลายคนอาจย่อท้อกับปัญหาหรืออุปสรรคที่เข้ามาถาโถมมากมาย และอีกหลายคนก็ท้อถอยจนไม่กล้าที่จะทำตามความฝันของตนเอง บางทีถึงกับละทิ้งความฝัน เพียงเพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งตัวผมเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยผ่านในจุด ๆ นี้มาแล้วเช่นกัน ถึงขนาดบางครั้งแทบจะไม่อยากเขียนบทความเลยก็เป็นไปได้

แต่มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่อง “วอน(เธอ)” ซึ่งหลายคนที่แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างก็คุ้นเคยกันดี ส่วนหนึ่งที่ผมคุ้นเคยอาจจะเป็นเพราะผมเคยดูซีรีส์วายที่พระเอกทั้งสามคนเคยเล่นมาก่อน แต่ผมกลับสะดุดกับคนหนึ่ง ซึ่งเขาเคยมีความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ก็สามารถฝ่าฝันและสานฝันตนเองได้สำเร็จ

ใช่ครับ เขาคือ “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” หนึ่งในนักแสดงช่อง 3 ที่มากความสามารถ และพยายามเพิ่มทักษะตนเองตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นเขาต้องผ่านด่านที่หนักหนาสาหัสที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแคสติ้งงานกว่า 50 เรื่อง! รวมไปถึงการรับบทเป็นตัวประกอบที่ไม่มีบทพูด แต่ทำไมเขาถึงยังมั่นใจจนก้าวมาถึงการทะลุกรอบการเป็นนักแสดงซีรีส์วายได้

วันนี้ผมเอามุมมองที่น่าสนใจของมีนมาแบ่งปัน เพื่อเรียนรู้และนำไปใช้ต่อกับพวกเรากันเองได้ครับ

2
จากเด็กหลอดแก้ว สู่การเป็นเด็กกิจกรรม

ต้องเกริ่นก่อนว่าตัวมีนเองเป็นลูกคนเดียวในครอบครัวที่ทำกิจการร้านเกม (Internet Cafe) ซึ่งครอบครัวแต่เดิมนั้นอยู่ที่ฉะเชิงเทรา แต่ตัวมีนเองเกิดที่กรุงเทพมหานคร และครอบครัวก็อยากที่จะมีลูกมากๆ แต่ทำไม่สำเร็จ สุดท้ายพอเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วได้รับการยอมรับ ครอบครัวของมีนก็ได้กำเนิดมีนขึ้นมานั่นเอง ซึ่งตอนนั้นพ่อและแม่ของมีนก็เกือบจะอายุ 40 ปีแล้ว แต่การมีมีนนั้นหลายคนอาจจะคิดว่าต้องสปอย เพียงเพราะเป็นลูกคนเดียว แต่กลับกัน เขาปล่อยให้มีนได้ทำงานอย่างเต็มที่ คอยดูแลอยู่ห่างๆ นั่นเอง

และด้วยความที่ครอบครัวของมีนนั้นทำร้านเกมอย่างที่เราบอกมา หลายคนก็อาจจะคิดว่าลูกในครอบครัวที่ทำร้านเกมต้องติดเกมแน่นอน แต่กับมีนไม่ใช่เลย เขาเอาเวลาไปจัดสรรให้กับกิจกรรมอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา รวมไปถึงตัวเขาเองก็มีขอบเขตที่จะเล่นเกมเช่นกัน มีนเล่าให้ฟังว่าในบางครั้งตนเองก็จะจำกัดไว้ที่ 1-2 ชั่วโมง และต้องทำการบ้าน อ่านหนังสือก่อน ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ นั้นเล่นเกม 4-5 ชั่วโมง ซึ่งในบางครั้งพ่อแม่ของมีนก็คุยกับเพื่อนของมีนถึงการพักผ่อนอยู่บ้างเช่นกัน

นอกจากการตั้งใจเรียนแล้ว ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีนยังเลือกทำกิจกรรมในโรงเรียน ต้องถือว่าเป็นเด็กกิจกรรมคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรมีนก็ตั้งใจทำ เช่น เล่นกีฬา ดนตรี เป็นประธานนักเรียน ตลอดไปจนถึงเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งตัวมีนได้มีส่วนร่วมในการสร้างกิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแข่งขันทางด้านดนตรี กีฬา ตลอดไปจนถึงทำกิจกรรมถนนเด็กเดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ให้จิตอาสาและเด็กๆ มาทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย

3
จากฉะเชิงเทรามากรุงเทพฯ สู่การเดินทางเป็นนักแสดง

มีนตัดสินใจสอบตรงเข้าโครงการจิตอาสาและประชาธิปไตย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตนเองก็ติดคณะวารสารศาสตร์ฯ ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ก่อนที่มีนจะเข้ามาเรียนที่ธรรมศาสตร์นั้น ย้อนกลับไปช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีนได้รับโอกาสจากผู้จัดการส่วนตัวในการติดต่อเข้ามาแคสติ้งเป็นนักแสดงของ Love Sick The Series Season 2 จนตนเองได้เข้ารอบลึกๆ คือได้ออกในเรียลลิตี้ แต่สุดท้ายตนเองก็ไม่ได้รับบทบาทที่เด่นมากนัก

ซึ่งมีนต้องเดินทางมาแคสติ้งเป็นนักแสดงจากฉะเชิงเทรามากรุงเทพฯ ซึ่งถ้าวันไหนที่รถตู้หมดตนเองก็จะต้องเหมา Taxi ราคาพันกว่าบาทเพื่อกลับบ้าน และในบางครั้งตนก็ต้องรอเวลาจนไม่ได้ถ่าย มียกกองก็มี ในบางครั้งมีนเองก็แอบเสียใจไม่น้อย แต่มีนถือว่าตนเองได้มาเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงาน โดยมีนเองเน้นการได้เจอเพื่อน ได้เห็นการทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่า

จนกระทั่งตนเองได้เล่น Love Sick The Series Season 2 จบลง มีนก็ได้ไปแคสติ้งงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณา ภาพยนตร์ มิวสิควีดิโอ และเล่นซีรีส์เรื่อยมา ในบางครั้งตัวมีนต้องแคสติ้งมากกว่า 50 ที่ ซึ่งมีนเองก็พยายามเรียนรู้งานและให้กำลังใจตนเองเสมอมา

4
บังเอิญรัก และบังเอิญได้เล่น (และก็ดังมาก!)

หลังจากที่มีนได้รับบทเล็กบทน้อยจากการแสดงในหลากหลายแพลตฟอร์มแล้ว ก็ถึงเวลาที่มีนจะได้เฉิดฉาย โดยเริ่มต้นจากการเป็นกระแสดังไวรัลในขณะที่มีนถือธงในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 ซึ่งมีนได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้รับบทบาทคู่กับ “แปลน” เป็นอีกหนึ่งคู่ในซีรีส์วาย “บังเอิญรัก” ซึ่งกระแสการตอบรับดีเกินคาดมาก

แต่ก่อนหน้านั้น มีนเกือบจะไม่ได้เล่น ด้วยเพราะการเรียนของมีนก็ค่อนข้างหนักหนาสาหัสพอเอาการ ประกอบกับคิวของมีนที่ไม่ค่อยตรง แต่มีนตัดสินใจขอบทละครมาอ่าน และชื่นชอบจนอยากจะเล่นเรื่องนี้ จนตอบรับไปในที่สุด ก็เลยไม่ใช่ความบังเอิญอีกต่อไป ซึ่งมีนต้องร่วมเข้าเวิร์คช็อปมากกว่า 3 เดือน จนได้เล่นในที่สุด และได้รับโอกาสจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างชาติมาอย่างมากมาย

แต่เส้นทางก็มักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป…

5
เมื่อความท้อและคามดังทะลุปรอทมาเยือน…

แต่เมื่อความดังแบบปรอทแตกมาเยือนถึงมีน มีนนั้นทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว ในช่วงแรกมีนเครียดว่าคนจะติดกับบทบาทในซีรีส์หรือไม่? ซึ่งในบทของซีรีส์บังเอิญรักตรงข้ามกับชีวิตจริงของมีนที่เป็นคนสนุกสนาน เฮฮา จนทำให้ในบางครั้งก็เครียด ประกอบกับช่วงหลังจากนั้นมีนทำงานเยอะมากจนไม่ได้พักผ่อน ประกอบกับตัวมีนเองก็เครียดในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะงาน หรือการเรียน แต่ไม่สามารถระบายหรือแสดงออกได้ ทำให้ตนเองเกิดความทุกข์ในใจขึ้น

จนกระทั่งมีนใช้วิธีการแรกๆ คือการระบายด้วยการร้องไห้ในระหว่างการขับรถ และหลังจากทำบ่อยๆ มีนเองก็กลับมานั่งตั้งคำถามถึงการทำงานต่อว่า “เราอยากเป็นนักแสดงเพราะอะไร?” มีนค้นพบว่าอยากเป็นเพราะอยากส่งมอบความสุขให้กับคนอื่น แต่ถ้าตนเองยังไม่มีความสุข คนอื่นจะได้รับความสุขจากเราได้อย่างไร ฉะนั้นมีนจึงเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ด้วยการทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ปล่อยวาง และมีความสุขกับงานที่ตนเองรักและทำมากที่สุด ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุด ตลอดจนถึงการเป็นตัวของตนเองด้วย

6
ก้าวใหม่ที่ช่อง 3 และเป้าหมายในวงการบันเทิงต่อไป

มีนตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 3 เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งคนที่แสดงความยินดีและไม่สบายใจที่มีนเซ็นสัญญาที่มีนตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางช่อง 3 มีนให้คำตอบว่าตนเองที่ตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางช่อง 3 เพราะว่าอยากลองศาสตร์อื่นๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นละคร หรือรายการ ซึ่งช่อง 3 ให้โอกาสที่เหมาะสมได้ แต่ก็ไม่ได้ลบภาพว่าจะเลิกเล่นซีรีส์วาย เพราะตัวมีนคิดว่ามันล้างภาพไม่ได้อยู่แล้ว คนสามารถกลับมาดูย้อนหลังได้ตลอดเวลา

และหลังจากที่มีนได้อธิบายให้แฟนๆ เข้าใจ มีนก็สบายใจขึ้น และแฟนคลับก็ยินดีกับก้าวใหม่ของมีน ในขณะเดียวกันมีนก็ยังสามารถที่จะรับงานกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนเดิม ซึ่งมีนตั้งวางแผนไว้ว่าตนเองยังอยากทำงานในวงการบันเทิงที่ยาวๆ สร้างผลงานให้คนรู้จัก ตลอดจนทำงานเบื้องหลัง เปิดโปรดักชั่นส์เฮ้าส์เป็นของตนเองได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่มีนอยากพัฒนาสกิลด้านการแสดงต่อคือ “Passion” ที่มีนมีและแฟนคลับส่งพลังบวกให้นั่นเอง

7
เราได้อะไรจากการเรียนรู้ชีวิตของ “มีน-พีรวิชญ์” บ้าง?

ถ้าเราได้อ่านจากบทความนี้ เราจะได้เรียนรู้ชีวิตของมีนเยอะมากๆ เลยนะครับ สิ่งแรกเลยที่ตลอดเส้นทางของมีนมีเลยก็คือ การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย ซึ่งในบางครั้งคนเราก็สามารถเหนื่อยได้ ท้อได้ เป็นเรื่องปกติธรรมดาของสามัญชนอย่างเราๆ รวมถึงตัวมีนเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือ เหนื่อยแล้ว ท้อแล้ว ต้องลุกขึ้นสู้ต่อ และต่อมาคือการแยกระหว่างปัญหากับเป้าหมายออกจากกัน บางปัญหาอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเราหรือเป้าหมายของเรา เราก็ควรปล่อยวางและเข้าไปแก้ปัญหาที่ตรงกับเป้าหมายของเราก่อน

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการลงมือทำ สำคัญกว่าการคิด และอย่าเพิ่งคาดหวังว่าการลงมือทำครั้งแรกจะได้ผลที่ดีเสมอไป มีนต้องแคสติ้งงานเป็น 50 งานกว่าจะได้มาเป็นที่ยอมรับของผู้คนซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครในโลกที่แคสติ้งงานครั้งเดียวแล้วผ่าน คนเราต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลาน แต่ถ้าความฝันอยู่ตรงหน้าเรา และเรามีกำลังใจที่เริ่มต้นจากการคิดบวกให้กับตนเองได้ดี เชื่อว่าเราทำได้ ฝึกการทำเรื่อยๆ ความสำเร็จก็จะอยู่ตรงหน้าเรา

นอกจากนี้ การเป็นตัวของตนเองและมอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคมกลับคืนไปก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราได้เรียนรู้จากมีนเช่นเดียวกัน อาจจะเริ่มต้นจากการเป็นคนที่มีเป้าหมาย มี Passion และลงมือทำอะไรดีๆ ให้กับสังคมสักหนึ่งอย่าง หรือคนที่ทำอยู่แล้วก็ต่อยอดให้ดีขึ้น ตลอดไปจนถึงการมอบสิ่งดีๆ ให้กับตนเองและคนรอบข้างก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งนั่นจะทำให้เรามีความสุขนั่นเอง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การที่เราได้เรียนรู้จากมีนที่เป็นหัวใจหลักที่สำคัญมากๆ และทำให้ผมมาเขียนบทความนี้ คือการพัฒนาตนเอง มีนเริ่มต้นจากตัวประกอบจนวันนี้เป็นนักแสดงมากบทบาทได้ก็เพราะความพยายาม พลังงานบวกของตนเองและแฟนคลับ และการพัฒนาตนเอง ซึ่งสำคัญมากๆ สำหรับทุกอาชีพและทุกคนที่อยากก้าวหน้าต่อไป เพราะถ้าวันนี้คุณหยุดเดินก็เท่ากับคุณย่ำอยู่กับที่และก้าวต่อไปข้างหน้ายากขึ้น

เรามาเริ่มต้นพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กับมีนและผมกันนะครับ!


ขอบคุณภาพทั้งหมดจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

Content Creator

บรรณาธิการอำนวยการ THE MODERNIST STUDIO : ชอบดูทีวี สนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อทีวีและวิทยุ ชอบเขียนบทความ เป็นเด็กค่าย #YWC16

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Studio เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Studio

บันทึกการตั้งค่า